เช็คอันดับเว็บไซต์ที่แท้จริง โดยใช้โหมดไม่ระบุตัวตน

จริง ๆ แล้วการทำ SEO ในแต่ละครั้ง จำเป็นจะต้องมีการวัดผล เพื่อที่เราจะสามารถรับรู้ได้ว่า การทำ SEO ในเบื้องต้นของเรานั้นส่งผลต่อเว็บไซต์ของเราอย่างไร มีความคืบหน้าบ้างหรือไม่ และในขณะนี้เว็บไซต์ของเรากับทาง google เองมีสถานะเป็นอย่างไรกันบ้างแล้ว และด้วยเหตุนี้การเช็คอันดับเว็บไซต์ จึงเข้ามีมาบทบาทสำคัญสำหรับผู้จัดทำเว็บไซต์เอง หรือแม้กระทั่งผู้ที่มีหน้าที่ในการจัดทำ SEO ก็ตาม อีกทั้งการเช็คอันดับจะส่งผลทำให้เกิดการวางแผนในขั้นตอนต่อไป ว่าเราจะจัดทำ SEO มากขึ้นอย่างไรเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งวิธีในการเช็คอันดับให้กับเว็บไซต์ของเรานั้นประกอบไปด้วย 4 วิธีด้วยกัน แต่สำหรับในวันนี้เราจะ อธิบายเกี่ยวกับการเช็คอันดับเว็บไซต์ที่แท้จริง โดยใช้โหมดไม่ระบุตัวบุคคลกับทาง google chrome

วิธีเช็คโหมดไม่ระบุตัวตนกับ google chrome

เริ่มต้นให้ผู้เช็คอันดับ ทำการเปิด google chrome หลังจากนั้นให้กด Ctrl + Shift + N
ทาง google chrome จะมีการปรากฏหน้าต่างใหม่ขึ้นมา และจะมีรูปนักสืบที่ใส่หมวกและใส่แว่นดำปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอให้เราได้เห็นเช่นกัน
ให้พยายามพิมพ์คำค้นหาตามปกติ โดยอันดับของเว็บไซต์ที่โผล่ขึ้นมาให้เราได้เห็นจากการค้นหาในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นอันดับที่ใกล้เคียงกับความจริงอย่างมากที่สุด แต่สำหรับวิธีการเช็คอันดับในวิธีนี้ จะสามารถใช้ได้กับเว็บไซต์ที่มีคีย์เวิร์ด และได้ติดอันดับประมาณ 1 – 20 แล้วเท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าหากเป็นเว็บไซต์ใหม่จะไม่สามารถเช็คอันดับด้วยวิธีนี้ได้

ประโยชน์อื่น ๆ ที่คุณจะได้รับ

ในส่วนของการเลือกใช้ google chrome เพื่อตรวจดูเว็บไซต์ของคุณ โดยเฉพาะภายใต้โหมดที่ไม่ระบุตัวตนด้วยแล้ว จะยิ่งส่งผลทำให้เกิดประโยชน์อย่างอื่นอีกมากมาย ซึ่งเมื่อได้อยู่ภายใต้โหมดนี้แล้ว Chrome จะสามารถแสดงคุณสมบัติ 3 อย่าง ดังนี้

มีการนำประวัติการเข้าชมเว็บไซต์ พร้อมทั้งการดาวน์โหลดทั้งหมดออกไป
มีการเคลียร์คุกกี้ พร้อมทั้งแคชต่าง ๆ ออกทั้งหมด
ไม่ได้มีการเก็บข้อมูลพร้อมทั้งการกระทำต่าง ๆ จากการที่เราได้เข้ามาตรวจดูเว็บไซต์ของเรา

จะเห็นได้ว่าการตรวจเช็คอันดับเว็บไซต์ผ่าน google chrome โดยใช้โหมดที่ไม่ระบุตัวตนนั้น ยังคงมีประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ให้เราได้สัมผัส โดยที่การเช็คอันดับของเราในครั้งนี้ ยังคงทำให้เราได้รับรู้อีกว่า จริง ๆ แล้วเว็บไซต์ของเราติดอยู่ที่อันดับเท่าไหร่กันแน่ ส่งผลทำให้เราสามารถวางแผนในการทำ SEO ในขั้นตอนต่อ ๆ ไปได้อย่างสมบูรณ์

เจาะลึกเรื่อง SERP ของ google ที่ผู้จัดทำเว็บไซต์ทุกคนต้องรู้

หลายคนที่พยายามจัดทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของตนเอง แต่แล้วก็ยังคงไม่ประสบความสำเร็จได้นั้น ควรที่จะหันมาศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับ SERP ให้มากยิ่งขึ้น อย่างน้อยคุณก็ต้องรู้ว่า SERP คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร ซึ่งในส่วนนี้ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีความสำคัญสำหรับผู้จัดทำเว็บไซต์ทุกคน ซึ่งผู้จัดทำเว็บไซต์และผู้จัดทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ จำเป็นจะต้องศึกษาเรียนรู้พร้อมทั้งทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องราวของ SERP ให้ได้มากที่สุด เนื่องจาก SERP ของ google มักจะมีการทำงานและมีกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ทุกเว็บไซต์ อันนำมาสู่ผลลัพธ์ที่แตกต่างเนื่องจากเว็บไซต์และเว็บกลับมีคุณภาพที่ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นแล้ว การที่ผู้จัดทำเว็บไซต์ทุกคนสามารถเรียนรู้และเข้าใจเรื่องราว SERP ของ google ได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีเท่านั้นอย่างแน่นอน

ขั้นตอนและกระบวนการทำงาน SERP ของ google

1.Google bot นับได้ว่าเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของทางกูเกิลโดยตรง เพื่อที่จะออกไปเก็บข้อมูลของทางเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่กำลังโลดแล่นและโชว์ผลงานอยู่บนโลกอินเตอร์เน็ต และสำหรับข้อมูลของเว็บไซต์ที่จะถูกบันทึกก็อย่างเช่น ชื่อโดเมน , ชื่อบทความ , ชื่อเว็บเพจ และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเป็นข้อมูลของเว็บไซต์แต่ละเว็บไซต์โดยตรง

2.Google bot ได้ทำการนำข้อมูลทั้งหมดที่ได้มานั้น เก็บเอาไว้เพื่อให้กลายเป็นฐานข้อมูลของกูเกิลโดยตรง ซึ่งการที่กูเกิลบูทจะสามารถออกไปเก็บข้อมูลของทุกเว็บไซต์ได้ จะต้องมีลิงค์ที่สามารถเชื่อมโยงระหว่างกูเกิลกับเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้ด้วย เพราะฉะนั้นแล้ว ต่อให้เว็บไซต์ของคุณดีแค่ไหน แต่ถ้าหากไม่ม่ลิงค์แล้วละก็ กูเกิลก็ยังคงไม่สามารถเข้ามาเก็บข้อมูลเว็บไซต์ของคุณได้อยู่ดี

3.ผู้ใช้กูเกิลได้ทำการค้นหาสิ่งที่พวกเขาต้องการ ซึ่งเป็นการค้นหาคำต่าง ๆ ผ่านกูเกิลโดยตรง และทางกูเกิลจะคอยทำหน้าที่ในการค้นหาผ่านฐานข้อมูลอีกที ว่ามีเว็บไซต์ไหนบ้างที่มีความเกี่ยวข้องกับคำที่ถูกค้นหาล่าสุดนั่นเอง

4.กูเกิลคอยทำหน้าที่ในการจัดอันดับให้กับเว็บไซต์ทุกเว็บไซต์ เมื่อมีเว็บไซต์ที่ดีและมีคุณภาพให้สามารถสัมผัสได้ เมื่อนั้นกูเกิลจะทำการจัดอันดับให้กับเว็บไซต์คุณภาพ ซึ่งเรียงลำดับการแสดงผลได้อย่างแน่ชัดผ่านทางหน้าแรกของกูเกิลและหน้าต่อ ๆ ไปนั่นเอง

ทั้งหมดนี้ก็คือกระบวนการขั้นตอนการทำงานของ SERP ของทาง google ซึ่งถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่สนใจอยากจะทำ SEO หรือทำแล้วอันดับไม่ได้ขึ้นตามที่คาดหวัง คุณควรที่จะหันมาศึกษาเรื่องราวของ SERP ให้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากเรื่องนี้มีความเกี่ยวโยงกับการพัฒนาเว็บไซต์ของคุณให้มีคุณภาพได้มากยิ่งขึ้น และเมื่อคุณได้เรียนรู้เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของกูเกิลมากยิ่งขึ้น คุณจะสามารถพัฒนาและจัดทำเว็บไซต์ที่สามารถโดนใจกูเกิลได้ในที่สุด อันเป็นผลที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณมีอันดับที่ดีขึ้นได้เช่นเดียวกัน

คิดเองไม่ออก มองหา Tools ช่วยดูสิ

เรารู้กันดีว่างานเกี่ยวกับการจัดอันดับเว็บไซต์ให้ติดอยู่บนหน้าแรกของผลการค้นหานั้น ไม่ว่าจะเป็น Search Engine ใดก็ตาม ผู้ให้บริการจะไม่มีการมาบอกว่าจะต้องทำเว็บไซต์แบบไหนถึงจะติดอันดับหนึ่งได้ เพียงแต่ส่วนมากจะนิยมบอกให้ทำเว็บไซต์คุณภาพเป็นหลักและเดี๋ยวมันก็จะดีเอง ที่เป็นแบบนี้เพราะหาเค้ามาบอกเราเขาก็คงไม่สามารถขายโฆษณาได้ คงจะมีแต่คนหันมาทำ SEO กันหมด

ต่อมาปัญหาสำหรับนักทำเอสอีโอขั้นถัดไปก็คือ อะไรล่ะที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าเว็บไซต์ของเราจะติดหน้าแรกหากเราทำโดยวิธีใดวิธีหนึ่ง ส่วนมากจะต้องหาข้อมูลและนำมาคิดส่วนตัวเอาเองด้วย มันเป็นแนวคิดกึ่งหลักการพยากรณ์ส่วนหนึ่ง และแน่นอนว่าปัญหานี้ก็จะพบกับหลายคนที่หัวไม่ค่อยมีความครีเอทสักเท่าไหร่แต่อยากที่จะทำอาชีพเอสอีโอให้ประสบความสำเร็จ

3 Tools ช่วย Onpage Offpage

ปัจจุบันนี้มีเครื่องมือหลายตัวที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการวิเคราะห์ Website ของเรา ทั้งในเรื่องของการมองแบคลิ้งค์ รวมไปถึงการจัดการหน้าตาเว็บไซต์ และที่สำคัญก็คือพวกจุดบอดต่างๆที่เว็บไซต์เราติดปัญหา Error สามเว็บที่อยากจะแนะนำมี Ahrefs, Semrush, Woorank ทั้ง 3 ข้างต้นนี้จะช่วยตอบโจทย์ในเรื่องของการวิเคราะห์ออนเพจว่าเราควรจะแก้ไขจุดไหนบ้าง

โดยแต่ละวันก็จะมีเงื่อนไขข้อกำหนดต่างกัน เราควรเลือกดูซักเว็บไซต์หนึ่งที่เรารู้สึกถูกใจแล้วก็ทดลองดู ส่วนสำหรับเรื่องของการวิเคราะห์แบคลิ้งค์ อยากจะแนะนำเว็บแรกนั่นก็คือ Ahrefs เนื่องจากเป็นเว็บที่มีฐานข้อมูลแต่ละเว็บไซต์ต่างๆเยอะมากที่สุดเท่าที่ผู้เขียนลองทดสอบมาแล้ว หากความคิดมันตัน การใช้เครื่องมือช่วยน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

การใส่ลิงค์จาก PBN ล้วนอาจไม่เหมาะในสมัยนี้

สูตรสำเร็จของการทำ SEO ในแต่ละบุคคลนั้น จะมีวิธีการที่คล้ายคลึงกันอยู่บ้างและแตกต่างกันอยู่บ้าง บางคนจะยึดติดกับการหาลิ้งค์ฟรีเป็นหลัก อย่างเช่น เว็บบอร์ดหรือเว็บประกาศฟรีทั่วไป บางคนจะมีการระบุเจาะจงมากกว่านั้น อาจจะเน้นการทำลิงค์เข้าเว็บไซต์ของเราจากบอร์ดตระกูล SMF อย่างเดียวบอร์ดอื่นจะไม่ทำแบบนี้ก็มีเช่นกัน

นอกจากนี้ในกลุ่มนักทำ SEO ที่มีทุน สามารถลงทุนได้ด้วยตัวเองและต้องการทำมันดับอย่างมั่นคงและยั่งยืน มักจะจบด้วยการสร้างเน็ตเวิร์คส่วนตัวหรือชื่อย่อของมันที่เราคุ้นตากันก็คือ “PBN” การทำในส่วนนี้จะช่วยให้เราสามารถควบคุมปริมาณลิงค์เข้าออกของเว็บไซต์เราได้เป็นอย่างดี หากไม่ใช่แหล่งลิ้งจาก PBN ของเรา เราจะทำการลบทิ้งไปแค่นั้นเองจาก Google Search Console

ส่วนมากเว็บที่นิยมสร้าง PBN เยอะๆในปัจจุบัน เราจะเห็นได้ในพวกกลุ่มเว็บเล่นพนัน แทงบอล เพราะแข่งขันกันสูง ปัจจุบันอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก หากเราคิดจะทำแบคลิ้งค์จาก PBN ล้วน เราจึงควรมองหาแหล่งแบล็คลิงค์อื่นๆด้วย อาทิเช่น จากเว็บไซต์ข่าวชื่อดัง อย่างไทยรัฐ บีบีซี หรืออะไรก็ตามที่เป็นเว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือ โลกมีการปรับเปลี่ยนไปตามอัลกอริทึม Google ก็ย่อมเปลี่ยนแปลงตาม หากว่าเว็บไซต์ของเรามีลิงค์มาจากพวกตระกูล WordPress โดยเฉพาะที่เรามักจะนิยมใช้ทำเป็น PBN กันเว็บไซต์ของเราก็คงดูแปลกตาไปบ้างในสายตาของ Google

ความหลากหลายของลิ้ง เป็นทางเลือกที่ดี

เราจึงควรมองหาแหล่งลิ้งที่มีความน่าเชื่อถือในสายตาคนอื่นปะปนมาด้วย รวมไปถึงการขยายขอบเขตปริมาณการเข้าถึงเว็บไซต์ของเราจากกลุ่มโซเชียลมีเดียด้วยเช่นเดียวกัน ทำมันอย่างหลากหลายวิธี แต่ทุกลิ้งค์ที่ส่งเข้ามายังเว็บไซต์ของเรานั้น เราต้องเข้าใจว่ามันคือแหล่งลิ้งคุณภาพดีหรือคุณภาพแย่ เมื่อเรารู้จักบริหารจัดการเรื่องนี้ SEO Offpage ก็ย่อมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเว็บไซต์ของเราได้

ทำไมค่าจ้างทำ SEO ถึงแพง

ปัจจุบันการทำเว็บไซด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง หรือ เมื่อมีการค้นหาด้วยคำที่มีในเว็บไซด์แล้วต้องการให้ติดหน้าแรกทันที หรือ เสริชด้วยคำค้นหาก็เจอเว็บเรานั้นต้องมีการทำ SEO และทำไมค่าจ้างในการทำ SEO ถึงได้แพง โดยเฉพาะการเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่มีมูลค่าหรือมีการค้นหามากๆ เป็นเพราะเหตุใด ?

SEO Price

ในการทำ SEO นั้นผู้ทำที่มีความสามารถเฉพาะด้านนี้นั้นบอกเลยว่าค่าแรงจะสูง แลบางแห่งคิดตามมูลค่าการใช้คีย์เวิร์ด หรือดูจากคีย์เวิร์ดเป็นหลักเพราะความยากง่ายต่างกันและหากเป็นผู้ทำ SEO ที่ชำนาญจริงๆจะมีการรับประกันอันดับให้ว่าจะติดหน้าแรกกี่เดือนหรือหากต้องการให้ติดนานๆก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ซึ่งราคาส่วนใหญ่จะคิดกันเป็นรายเดือนและมีการตรวจสอบได้ ส่วนใหญ่หากเป็นการเหมาทำทั้งเว็บไซด์ และทำ SEO ด้วยค่าบริการดูแลเบื้องต้นจะอยู่ที่ 5,000 บาทนี่คือค่าบริการดูแล แต่ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆเช่น ค่าบทความ ค่าปรับแต่งเว็บไซด์เพิ่มเติมจากที่ตกลง เพราะการทำเว็บไซด์ตอนนี้มีการแข่งขันสูงบางเจ้าจึงเสนอราคาเบื้องต้นต่ำๆ แต่จะมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายอื่นๆเพิ่มเติมรวมไปถึงค่าจดโดเมน ค่าโฮส หรือบางเจ้าอาจจะคิดราคาเหมาเบื้องต้นทั้งเริ่มที่ 15,000 บาทขึ้นไปแต่จะเป็นการคิดรวมทั้งหมดทั้งการทำ SEO ในระยะเวลาเบื้องต้นให้ด้วย

หากมองจากตรงนี้หลายคนอาจคิดว่าทั้งแพงและไม่แพง มันก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบของเว็บไซด์เพราะราคางานด้านนี้จะไม่มีตายตัวเพราะมีปัจจัยประกอบหลายอย่างบางคนทำเว็บไซด์เองแต่จ้างแค่ดูแลอัพเดทและทำ SEO ให้ในระยะเวลาสั้นๆก็มี หรือบางคนจ้างดูแลกันยาวๆก็มีมันก็แล้วแต่ความต้องการของแต่ละคน แต่ก็มีอีกหลายคนที่หันมาสนใจและศึกษาการทำ SEO ด้วยตนเองเพราะคิดว่าราคาค่าจ้างในงานด้านนี้ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ต้องการทำเว็บไซด์ไว้สำหรับหารายได้ไม่ว่าจะยอดคลิ๊ก , หรือ ค้าขายเพราะปัจจุบันการทำเว็บไซด์แบบง่ายเบื้องต้นไม่ใช่เรื่องยากสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองและหาข้อมูลศึกษาลงมือทำเองได้ และการทำ SEO เบื้องต้นก็ไม่ยากเกินไป แต่จะหวังอันดับต้นๆไม่ได้ซึ่งหลายคนรู้ดีและคิดว่าการทำทั้งเว็บไซด์และSEO ด้วยตัวเองมีประโยชน์มากกว่าเพราะสามารถเรียนรู้และหาแนวทางที่ตัวเองต้องการได้ กำหนดทิศทางด้วยตัวเองได้ และที่สำคัญไม่โดนหลอกให้เสียเงินแพงๆด้วย

แต่หากต้องการอันดับของ SEO ดีๆแล้วล่ะก็การจ้างทำคือคำตอบที่ดีที่สุดแต่ต้องตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายให้ดี หาคนทำที่มีความเขี่ยวชาญจริงๆ และค่าใช้จ่ายไม่สูง มีการรับประกันระยะเวลาและทำได้ตามเป้าหมายแลต้องแนะนำการอัพเดทหรือปรับแต่งเว็บไซด์ของเราด้วยเพราะเคยมีกรณีบางรายที่เลิกจ้างแล้วเว็บมีปัญหาก็มี แต่หากใครที่คิดจะเอาดีด้านนี้บอกเลยว่าน่าสนใจมากและมันมีช่องทางทำเงินได้มากหากมีฝีมือและความรับผิดชอบที่ดีวงการนี้ไม่กว้างแต่อยู่ยากสักนิดแค่นั้นเอง

SEO สายขาว สายดำ สายเทา คืออะไร

มันคืออะไรและแตกต่างกันแบบไหน ซึ่งมือใหม่อาจจะไม่เข้าใจเพราะยังไม่คุ้นกับการทำงานในแนวนี้ ซึ่งความต่างของ SEO สายขาว สายดำ สายเทา นั้นหากให้เล่าก็คงประมาณนี้คือ

SEO สายขาว

SEO สายขาว

คือหมายถึงเว็บไซด์ปรกติทั่วไปที่นำเสนอข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการ พนัน หรือ 18+ ไม่มีสื่อลามก อนาจาร ไม่มีการพนัน SEO3สาย เรียกว่าเว็บสายขาว ส่วนมาก็เป็นเว็บแนวข่าว , เว็บขายของ ,วาไรตี้ และอื่นๆที่เน้นให้ความรู้ ข้อมูลและอื่นๆ เว็บแนวนี้มีทั้งเว็บขายสินค้าหรือทำเว็บติด ADS เพื่อหารายได้ ส่วนใหญ่จะเน้นทางคอนเทนต์คุณภาพ ข้อมูล รูปภาพ ที่ไม่มีปัญหากับ Google , โซเชี่ยล และลิขสิทธิ์อื่นๆ เราจึงเรียกว่า สายขาว และการทำ SEO สายขาวนั้นหลายคนชอบเพราะไม่เสี่ยง อันดับขึ้นง่าย ความกดดันไม่มาก เพราะเว็บแนวนี้ผู้จ้างบางรายไม่เน้นการขึ้นหน้าหนึ่ง แต่เน้นผลคนรู้จักและคลิ๊กกับเข้าเว็บไซด์หรือซื้อสินค้าและบริการมากกว่า

SEOสายเทา

SEO สายเทา

เป็นกลางๆระหว่างขาวและดำ คืออาจมีข้อมูลสุ่มเสี่ยงบ้างเช่น การติดแบนเนอร์เว็บพนัน , แบนเนอร์เว็บสายดำ หรือ การขายสินค้าเฉพาะกลุ่ม ซึ่งก็ยังจัดว่าเทาๆ เพราะบางคนที่ทำเว็บแนวนี้ไม่ได้นำเสนอข้อมูลที่ต้องห้ามหรือข้อมูลสุ่มเสี่ยง และก็ยังเน้นการทำเว็บคุณภาพอยู่บ้างเว็บกลุ่มนี้จึงจัดในสายเทาๆ และในกลุ่มคนทำ SEO มักบอกว่ามันท้าทายดี และมีการแข่งขันสูงเหมือนกัน

SEO สายดำ

SEO สายดำ

เป็นเว็บแนว 18+ แบบเต็มๆ ข้อมูลเนื้อหามีความสุ่มเสี่ยงเช่น เรื่องทางเพศแบบโจ่งครึ่ม หรือ การพนันล้วนๆ ซึ่งเว็บแนวนี้บางทีก็ทำ SEO ลำบากเพราะจะโดน BOT เก็บข้อมูลและอันดับขึ้นยากแต่มีคนทำเยอะมากและคีย์เวิร์ดก็ถือว่าหินน่าดู เพราะเว็บแนวนี้มีไม่กี่แนวและมีคนทำเยอะเช่น เว็บพนัน , เว็บโป๊ เป็นต้น แต่เชื่อไหมว่ามันถือเป็นแนวทำเงินของ SEO กันเลยทีเดียวและมีความท้าทายสูง ซึ่งบางคนก็ใช้วิธีเลี่ยงๆ สอดแทรกในเว็บปรกติ ซึ่งปัจจุบันก็นิยมทำเหมือนกันและดูเหมือนได้ผลด้วย

จากที่กล่าวมามือใหม่ด้าน SEO ก็น่าจะพอทำให้เข้าใจกันบ้างว่าเว็บไซด์และ SEO นั้นมีแบบไหนและควรรู้จักหรือศึกษาวิธีการแบบไหนไว้บ้าง เพราะทุกแนวนั้นก็ใช้หลักการทำ SEO เหมือนกันแต่ปรับรูปแบบและแทคติคกับบ้างเพื่อให้ตาม Google ได้ทันและปรับไปตามยุคสมัยและรองรับอุปกรณ์ไฮเทคที่เป็นเครื่องมือในการค้นหาด้วย

จากผู้ให้บริการ ย้ายสายเป็นผู้ขายคอร์ส

ดราม่าในวงการ Internet Marketing มีกันไม่จบไม่สิ้นนะ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของคนที่มักจะแสวงหาผลกำไรโดยไม่ได้คำนึงถึงผู้ที่ซื้อไปหรือผู้ที่เข้ามาใช้บริการว่าเขาจะได้ผลดีหรือคุ้มค่าต่อการซื้อหรือไม่ ส่วนใหญ่มักจะหาผลประโยชน์เข้าหาตัวเองไว้ก่อนอยู่เสมออในเรื่องนี้ประเด็นมันมีอยู่ว่าผู้ให้บริการทำอันดับเว็บไซต์ที่เว็บของตัวเองยังติดหน้าแรกของ Google ในคีย์เกี่ยวกับรับทำ SEO เกิดปัญหาในการทำอันดับให้กับ Website ของลูกค้าคือเว็บของตัวเองยังคงติดอันดับอยู่แต่ทำเว็บของลูกค้าไม่ขึ้นเลยสักเจ้า สุดท้ายเงินไม่เข้าแถมต้องคืนเงินลูกค้า บางเจ้าก็โกงไปบ้าง แต่รายนี้ในเรื่องของการโกงคงไม่มีเพราะทำในรูปแบบบริษัทจึงมีการคืนเงินค่อนข้างเยอะ สุดท้ายก็หนีไปไม่พ้นเรื่องของผลประโยชน์ส่วนตัว เขาพลิกจากการรับทำเอสอีโอ จากการให้บริการ ผันตัวมาขายคอร์สสอน SEO แทน

ทำเองไม่ขึ้น แต่มาสอน ?

แบบนี้ก็มีด้วยนะ โลกนี้คนหน้าด้านมันมีเยอะ ทำเว็บอันดับตัวเองไม่ค่อยขึ้น ทำเว็บลูกค้าไม่ขึ้นเลย แต่กลับมาเปิดขายคอร์สออนไลน์เรื่องของการรับทำอันดับเว็บไซต์แล้วเอาผลงานเก่าที่ตัวเองเคยทำอันดับไว้ได้มาโชว์ ขนาดเว็บไซต์ของตัวเองที่ติดอันดับยังไม่รู้เลยว่าเหตุผลอะไรมันถึงติดอันดับ แล้วจะไปป้อนข้อมูลอะไรสอนให้กับผู้ที่เขาเข้ามาสมัครเรียนคอร์สละเนี่ย ถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างอันตรายเลยสำหรับผู้ที่เผลอหลวมตัวเข้ามา มันเป็นเรื่องยากที่จะเข้ามาตรวจสอบว่าคนผู้สอนเก่งในปัจจุบันหรือเก่งแต่ในอดีต ส่วนปัจจุบันไม่เป็นท่า เพราะส่วนมากมักจะเอาข้อมูลเก่าๆมาโชว์ หรือบางรายแสบกว่านั้นคือไปขโมยผลงานคนอื่นมาโชว์แล้วตีเนียนว่าเป็นของตัวเอง เรื่องพวกนี้มีกันไม่จบไม่สิ้นในแต่ละวัน

หากเราเป็นผู้ที่สนใจเรียนรู้การทำอันดับเว็บไซต์ สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องคำนึงถึงก็คือผลงานของผู้สอน เขามีผลงานดีหรือไม่ และที่สำคัญต้องตรวจสอบได้ว่าเขาเป็นผู้ลงมือทำจริงๆ ยิ่งมีผลงานคีย์แข่งขันสูง 928Bet ของในเครือ 928bet.net หรือหมวดเครื่องสำอางค์แข็งๆก็ยิ่งดี ถ้าราคาคอร์สที่เค้าสอนไม่แพงมาก อยู่ที่หลักร้อยหรือหลัก 1000 ต้นๆ จะยอมเสี่ยงดูก็ได้ แต่หากต้องเสียค่าเรียน 3000-4000 ขึ้นไปแนะนำให้ขอข้อมูลแท้จริงจากผู้สอนก่อนเพื่อความชัวร์ว่าสิ่งที่เขาสอนนั้นถูกต้องและนำไปใช้ได้จริง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่หวังมาหรอกเอาค่าคอร์สสอนโดยที่ตัวเองก็ทำเองไม่เป็น

อย่าจ่ายเงินให้กับเรื่องที่เราไม่เข้าใจอย่างแท้จริง

มีเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาอยากจะมานำเสนอให้คนหน้าใหม่ได้อ่านกัน อยากให้ระลึกไว้เสมอว่าในทุกธุรกิจย่อมมี 2 สองด้านเสมอ มีทั้งคนนิสัยดีและนิสัยแย่ปะปนกันอยู่เต็มไปหมด สำหรับคนที่เขาเป็นเซียนการตลาดออนไลน์อย่างแท้จริง พวกขายคอร์สสอนอะไรพวกนี้ส่วนใหญ่จะไม่ได้เปิดสอน หรือถ้าเปิดสอนเขาก็คิดไม่แพงหรอก เพราะเขามีปัญญาหาได้มากกว่าค่าคอร์สสอนอยู่แล้ว ที่เราเห็นคอร์สสอน SEO เรียนครั้งละเป็นหมื่น ส่วนใหญ่จะเป็นเทคนิคที่ทำได้ระยะสั้นแล้วก็จบด้วยการโดนแบนหรือขาดทุนซะมากกว่า เราอยากมาเริ่มต้นใหม่อยู่บ่อยๆหรอ.. ?

เข้าเรื่องเลยแล้วกัน ในช่วงปี พ.ศ. 2558 ถ้าจำไม่ผิด ช่วงนั้นกระแสการทำ Adsense แบบผิดกฎกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก มีหลายคนที่สามารถโกยเงินจากการใช้วิธีส่งทราฟฟิคเข้าเว็บให้คนเข้าไปคลิกโฆษณาที่มีค่า CPC สูงจนทำให้เรามีรายได้เดือนละเป็นแสนบาทเลย แต่ทุกครั้งที่วิธีใดก็ตามที่มีเซียนทำเงินได้และเริ่มจะหลุดวิชาออกสู่สาธารณะ มันจะมีพวกหัวหมอมามโนว่าตัวเองเก่งอย่างงั้นอย่างงี้ แล้วปิดท้ายด้วยค่าสอนที่โครตแพง คนที่เซียนอยู่แล้วจะมองออกได้ง่าย แต่คนหน้าใหม่ที่เข้าวงการนี้มามีเยอะกว่าเซียนหลายเท่า ก็ตกเป็นเหยื่อไป ตอนนั้นถ้าทำไม่ผิดคือมีคนๆนึงที่แสดงตัวว่าเทพ Adsense ได้เปิดรับฝากหาเงินให้เพื่อนๆ (มีอย่างงี้ด้วยหรอวะ..) โดยวิธีการคือให้เราไปลงทุนกับเขา โดยให้ทำการซื้อคอมพิวเตอร์คนละ 1 เครื่องพร้อมแอร์การ์ด (เพื่อใช้เน็ตให้ต่างไอพีกันออกไป) แต่เครื่องที่ซื้อนั้นเป็นของเขานะครับ คือเอาเงินเราไปซื้อ พวกที่มีเครื่องคอมอยู่แล้วเอาไปฝากให้เขาทำให้นี่ไม่รู้ว่าเขารับหรือปล่าวนะ วิธีการเป็นเหมือน Black Hat Adsense ทั่วไปนั่นแหละ

สรุปแล้ว การลงทุนครั้งนี้ ลงทุนรวมราวๆหมื่นกว่าบาท ผมเองไม่แน่ใจนักว่าลงทุนเบ็ดเสร็จเท่าไหร่ มีค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากนี้ไหม เนื่องจากคนที่สนิทกันในวงการไม่มีใครเข้าไปลงด้วยอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ที่เสียหมากันก็มีแต่มือใหม่อยากรวยลัดซึ่งแน่นอนว่าผมไม่ได้สนิท ไปถามตรงๆกับพวกมือใหม่เดี๋ยวจะว่าเสือกอีก คำโฆษณาของการลงทุนครั้งนี้คือเขากะทำให้ได้วันละ $20-$50 ต่อวันทุกๆวัน ทำเอาคนที่มีเงินเก็บมานั่งคำนวนแล้วก็พบว่าคุ้มสุดๆ ลงทุนแค่หมื่นกว่าบาท ได้รายได้วันละ 600-1,500 บาท ง่ายแบบนี้ทำไมจะไม่สนใจล่ะ และก็มีคนไปลงทุนกับเขารวมประมาณ 10 กว่าคนได้ถ้าเอาที่เห็นเขาโพสโม้ผ่าน Facebook ให้ฟัง

ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ จำเอาไว้

ระยะเวลาผ่านไป คนที่ลงทุนไปก็มีรายได้เฉลี่ยวันละ $1-$3 เท่านั้น และเหล่าเทพ SEO หลายคนก็เริ่มหมั่นไส้ มีการโพสแหย่ๆไปบ้าง แต่กลายเป็นว่าโดนตอกหน้าหงายกลับมา ด้วยความที่ผู้รับลงทุนมีอีโก้สูงเกินไป เขายังขี้โม้ต่อไปให้เราฟัง และแล้วในที่สุด เขาทนกระแสต่อต้านไม่ไหวก็เงียบหายไปเลย ไร้วี่แววการตอบกลับ แน่นอนว่าผลลัพธ์คือทำไม่ได้ดังที่โฆษณาไว้ ไม่ใช่แค่ไม่ได้หรอกนะถ้าพูดตามจริง ยอดรายได้ไม่ได้ใกล้เคียงกับที่โฆษณาเลยด้วยซ้ำ แถมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบัญชี Adsense ผู้ที่มาร่วมลงทุนด้วยโดนแบนกันหมดหรือปล่าว เพราะวิธีแบบนี้มันผิดนโยบาย Adsense อย่างชัดเจน ส่วนเรื่องการคืนเงิน ผู้เขียนก็ตอบไม่ได้ว่าคนที่ไปลงทุนได้เงินคืนกันไหม เพราะไม่ได้ไปร่วมโดนหลอกแดกในการลงทุนครั้งนี้

ถึงแม้ผู้เขียนจะไม่ได้เข้าไปลงทุนด้วยตัวเอง แต่กลับมาพูดโจมตีเขาแบบนี้ เพราะอยากให้คนใหม่มีสติก่อนที่คิดจะลงทุนจ่ายอะไรสักอย่างนึง สิ่งที่เขาโฆษณาขายฝันให้คนใหม่แล้วเอาเงินคนใหม่ไปลงทุน แต่ทำไม่ได้ตามที่หวังไว้ หากเขาคืนเงินก็ดีไป แต่วงการนี้ส่วนใหญ่โกยเงินได้แล้วจะชอบหายตัวไปเลย และจะกลับมาอีกทีพร้อมข้อเสนอหลอกแดกครั้งใหม่ ถ้าไม่ได้ดราม่าหนักจนดังจริง คนใหม่ก็ไม่รู้เรื่องอยู่ดี เข้าไปเสียเงินให้เขากินฟรีอีกอยู่ตลอด ก่อนลงทุนอะไรคิดเยอะๆ คิดให้ถึงหลักความเป็นจริง ถ้าเรามีรายได้วันละหมื่นบาท เราจะมานั่งรับฝากเครื่องรันทำเงินให้คนอื่นไหม… ? ถ้าอยากช่วยเพื่อนๆให้ชีวิตดีขึ้น การสอนผ่าน VDO Online อาจจะเป็นทางออกที่ดีกว่า มันมีทั้งคนหวังดีและหวังร้ายในทุกวงการ เราต้องคอยระวังไว้หากจะยืนหยัดอยู่ในวงการนี้ให้ได้ อย่าตกเป็นเหยื่อของคนที่ชอบมากินแบบให้บ่อยๆ เดี๋ยวจะหมดตัวเสียก่อน

คอร์สสอนทำเงิน Adsense วันละ $100 ปาหี่หรือได้จริง ?

ไม่พูดถึงคอร์สนี้ไม่ได้เลย เพราะประสบการณ์เสียค่าโง่โดยตรงกับคอร์สนี้ ในช่วงกลางปี 2015 ได้มีคนไทยเปิดคอร์สออนไลน์สอนวิธีสร้างรายได้กับ Adsense โดยโฆษณาไว้ว่า “รายได้วันละ $100” ซึ่งเป็นอะไรที่น่าดึงดูดชิบหายเลย ต่อให้ต้องทำหนัก ถ้าได้วันละ $100 ทุกวันก็ยอมวะ โดยมีการขายคอร์สเรียนนี้อยู่ที่ 15,000 บาท อันนี้โปรลดราคาแล้วนะตอนที่เข้าไปเรียนมา การสอนก็สอนแบบผ่านระบบออนไลน์ ใช้เวลาสอนไม่ถึง 1 ชั่วโมงเป็นอันจบงาน อารมณ์ก่อนเรียนนี่แบบว่า โหย.. ค่าเรียนหมื่นห้า ถึงจะแพงหูฉีกแต่ถ้าได้เงินวันละ 3 พัน ( $100 ) ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย 5-7 วันก็คืนทุนค่าเรียนแล้ว จัดไปอย่าให้เสีย ลองเลยดีกว่า คืนทุนไว ได้ผลตอบแทนมหาศาล

เมื่อเริ่มเรียน ผู้สอนได้ใช้วิธีสอนออนไลน์ตามปกติที่หลายๆคนจะใช้วิธีนี้ในการสอน ในช่วงแรกก็ถือว่าผู้สอนมีความสามารถพอสมควรเลย แนะนำวิธีหาคีย์เวิร์ดให้ได้เงินเยอะ และการควบคุมให้โชว์เฉพาะโฆษณาที่มีค่า CPC สูงๆ ถึงจะไม่สามารถบังคับให้แสดงผลเฉพาะโฆษณาค่าคลิกสูงได้ทั้งหมด แต่รวมๆก็ถือว่าดูโอเคไม่น้อย ปัญหามันอยู่ที่ว่า ในการทำ Adsense วิธีที่จะให้ได้เงินอย่างยั่งยืนคือจะต้องมีผู้เข้าชมเว็บไซต์เป็นคนจริง ไม่ใช่ส่งทราฟฟิคบอทเข้ามา สำหรับคอร์สนี้เขาแนะนำว่าให้ไปซื้อบริการส่งทราฟฟิคเข้ามาในเว็บที่เราติดแอดเซ้นต์ไว้ ยิ่งส่งเข้ามาเยอะก็จะยิ่งได้เงินเยอะ เพราะจำนวนคนคลิกจะเพิ่มมากขึ้น ในโฆษณาของเว็บซื้อทราฟฟิคก็เขียนบอกว่าเป็นคนจริงและปลอดภัยจากการโดนแบนบัญชี Adsense ไอเราก็โง่เรื่องนี้เลยต้องเชื่อและทำตาม หลังจากเรียนจบ พบว่ามันไม่ได้ยากเลย เหมือนเอาเงินต่อเงิน คือซื้อทราฟฟิคเข้าเว็บ มีคนคลิกก็ได้เงิน บริหารโฆษณาให้โชว์เน้นไปเฉพาะพวก CPC สูงๆเท่านั้น ไม่ต้องสนเรื่อง SEO เพราะเราซื้อทราฟฟิคคนจริงอยู่แล้ว

ประเด็นสำคัญจนต้องขอดราม่าคอร์สนี้

พอเริ่มทำได้ไม่นาน ปัญหาครั้งใหญ่ก็เกิด บัญชี Adsense ที่ซื้อมาเสือกโดนแบนซะงั้น โดยได้รับการแจ้งจาก Google ประมาณว่ามีการใช้งานที่ไม่ถูกต้องตามกฎนโยบายของแอดเซ้นต์ แล้วตรูไปทำอะไรผิดวะเนี่ย ก็แค่ติดโฆษณา ส่งทราฟฟิคคนจริงเข้าเว็บ บทความก็จ้างเขียนเอาด้วย บทความละ $5.5 เลยนะเว้ย แล้วไหงโดนแบนซะได้ สุดท้ายก็ไปถามผู้เปิดคอร์สสอนสุดเทพ ปรากฎว่าได้คำตอบมาประมาณว่า “บางที Google มันก็แบนแบบนี้ มันเป็นการแบนแบบคาดเดาไม่ได้ ต่อให้ทำเว็บคุณภาพก็อาจโดนได้” เดี๋ยวนะ ! คือสรุปแล้วเราไม่ได้ผิด ที่ผิดคือบอท Google ที่แม่งแบนหรอ งั้นก็จัดไป โชว์โง่ภาค 2 ส่งเมล์ไปขอให้ช่วยตรวจสอบอีกครั้งว่าทำไมถึงโดนแบน อาจผิดพลาดทางเทคนิคก็ได้ และทาง Google ก็ยืนยันว่าเราทำผิดกฎเช่นเดิม โดยไม่บอกข้อมูลแน่ชัดมาให้ สรุปแล้วตอนนี้ไปต่อไม่ได้ เลยหาซื้อบัญชีแอดเซ้นต์เพิ่มมาเผื่ออันแรกมันจะดวงซวยโดนแบนมั่ว

แต่แล้วในบัญชีที่ 2 นี้ก็โดนข้อหาเดียวกัน จนได้ไปหาข้อมูลเรื่องของการส่งทราฟฟิคเข้าเว็บในกรณีเว็บที่ติดโฆษณา Adsense และได้คำตอบว่า “เราสามารถส่งทราฟฟิคเข้าเว็บได้ แต่ห้ามส่งในแบบ Pop-Under หรือ Redirect จากหน้าเว็บหนึ่งมายังเว็บเรา” ทีนี้ก็เริ่มถึงบางอ้อ เพราะแหล่งทราฟฟิคที่เขาแนะนำมาว่าใช้ที่นี่ มันไม่ยอมบอกว่าส่งทราฟฟิคจากไหนบ้าง มันพูดรวมๆว่ามาจากเว็บในเครือบ้าง แบบ Pop-Under บ้าง ปนๆกันไป สุดท้ายก็กลับไปถามผู้สอนอีกที เขาบอกว่าคนอื่นไม่ค่อยมีคนโดน แล้วก็โชว์ยอดคนที่มีรายได้จากวิธีนี้ให้ดูว่าเขาได้วันละเป็นพันเหรียญเลยนะ ตอนนี้ตัวผู้เขียนเองถึงกับไปไม่เป็น คือจะเชื่อต่อแล้วไปซื้อบัญชีแอดเซ้นต์มาทำใหม่ หรือจะหยุดดี เพราะขอเงินคืนไม่ได้ พอมานั่งคิดคำนวนในเรื่องของเวลาและเงินที่เสียไปก็ได้คำตอบว่า “กูโดนหลอกแดกเงินอีกแล้วล่ะ” เสียค่าคอร์สไปเป็นหมื่น รวมค่าบัญชีแอดเซ้นต์อีก 2 บัญชี รวมกันก็เกือบหมื่น ค่าจ้างทำเว็บและเขียนบทความอีก และเวลาต้องมานั่งหาคีย์เวิร์ดและปรับโฆษณาอีก รวมๆแล้วขาดทุนเบ็ดเสร็จเกือบ 4 หมื่นและเวลาทำเกือบ 1 เดือนได้ มันน่าเอามาดราม่าระบายให้ฟังไหมล่ะ..

ตอนนี้คาใจอย่างเดียวคือไอคนที่เรียนมาแล้วได้เงิน แอดเซ้นต์ไม่โดนแบน มีกี่คน แล้วได้เยอะไหม สรุปว่าเรียนไปหลายสิบคนแต่ทำได้ไม่ถึง 3 คนที่เข้าเป้าวันละ $100 แต่ในที่สุดบัญชีเขาเหล่านั้นก็โดนแบน แถมโดนหนักกว่าอีกเพราะพี่แกทั้งหลายเล่นกันเป็น 10-20 บัญชีแอดเซ้นต์เลย จะเยอะไปไหนวะเนี่ย ยังมีบางคนโชคดีที่ทำเงินได้กำไรก่อนโดนแบน และก็มีหน้าใหม่เร้าร้อนอยากรวยเร็ว เข้าเรียนแบบงงๆอยู่ตลอด หาเรื่องเสียเงินฟรีโดยแท้ หลังจากวันที่เรียนผ่านมาได้ 2 เดือน ก็เริ่มเห็นมีคนที่เรียนมาคอมเม้นกันอยู่ตลอดว่าบัญชีโดนแบน จะชดใช้ยังไง ทำไมทำแล้วโดนแบน ส่วนเจ้าของคอร์สก็ตอบเหมือนเดิมครับ โดนแบนสาเหตุนี้ใครๆก็อาจโดนได้ แล้วจะทำไปเพื่ออะไรล่ะถ้าอย่างงั้น แล้วมันใช่หรือที่มันจะแบนมั่วขนาดนี้ Google Adsense มันมีคนทำเยอะและไม่น่าแบนมั่วได้นะถ้าเราไมได้ไปทำอะไรผิด ถ้ามั่วก็คงไม่น่ามั่วจนคนเรียนคอร์สนี้โดนกันถ้วนหน้าหรอก สรุปคือมันทำไม่ได้ตามที่โฆษณาไว้และเงินก็ไม่ได้คืนด้วย หลังๆไม่เห็นมาตอบแล้ว สงสัยโดนโจมตีหนักมาก อ่านไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่มีตังค์อยากเอามาลงทุนหาความรู้วิธีรวยทางลัด เอาเงินไปลงทุนเรียนรู้จากหนังสือเล่มละไม่กี่ร้อย อ่านได้หลายรอบดีกว่า แล้วเอามาทดลองทำเอง มีประโยชน์กว่าเสียเงินเรียนเป็นหมื่นกับคอร์สแบบนี้ ทั้งเสียเวลาและเสียเงินบานปลาย ไม่คุ้มเอาซะเลย

โลกสวยหลีกไป Blog นี้สำหรับดราม่าเท่านั้น