คลังเก็บป้ายกำกับ: การตลาดออนไลน์

การตลาดออนไลน์ ช่วยให้ธุรกิจปังได้ เพียงชั่วข้ามคืน

ท่ามกลางกระแสความผันผวนอันเกิดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา นอกจากข่าวคราวการเพิ่มจำนวนของผู้ป่วยและการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อ ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกแล้ว ข่าวน่าเศร้าที่สุดอีกเรื่องหนึ่งคือ การปิดกิจการ การเลิกจ้าง การลอยแพ ของบริษัทและห้างร้านต่าง ๆ แต่ในขณะเดียวกันในอีกมุมหนึ่ง ธุรกิจออนไลน์และเดลิเวอรี่ก็พลิกวิกฤตกลับมาเป็นโอกาส เดินหน้าต่อไม่รอใคร ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์พลิกฟื้นขึ้นมาได้คือ การทำการตลาดออนไลน์หรือ SEO ซึ่งมีเทคนิคที่น่าสนใจที่นำมาใช้เพื่อช่วยให้ธุรกิจของได้รับความนิยมขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ตามศัพท์ร่วมสมัยที่เรียกว่า ปัง! ได้เพียงชั่วข้ามคืน

เราต้องจัดเตรียมแผนการตลาดสำหรับทำการตลาดออนไลน์หรือ SEO ทั้งหมด เพราะไม่ว่าคุณจะทำเองหรือต้องจ้างเอเจนซี่ คุณก็จะสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าและคุมงบประมาณได้ทุกขั้นตอน และยังช่วยให้มีการอัปเดต Content, Keywords และแนวทางการปรับเปลี่ยนการทำงานออนไลน์ในส่วนอื่น ๆ ได้อย่างเหมาะสม และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ Google Keyword Planner เพื่อวางแผนค้นหา Keyword ที่คุณต้องการเพื่อนำมาทำ SEO หรือชื่อเว็บเพจ หากคุณเป็นธุรกิจใหม่ยังไม่มีข้อมูลใด ๆ อาจต้องยอมเสียค่าบริการในการค้นหา Keyword ที่มีความสัมพันธ์กับธุรกิจของคุณ Google Keyword Planner จึงเป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อการค้นหา Keywordและตรวจสอบประสิทธิภาพของคำนั้น ๆ ว่าเป็นอย่างไร โดยการพิมพ์ Keyword ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือสินค้าที่พอจะนึกได้ แล้วก็ดูค่า Search Volume ว่าคำไหนเป็นที่นิยม แล้วจึงเลือกมาใช้ โดยสำรองไว้ 5-10 คำ ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการ SEO

กฎโครงสร้างเว็บ ต้องรู้ก่อนเริ่มสร้าง

เมื่อเริ่มสร้างเว็บ ควรจัดทำเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ Google ในการทำ SEO ได้ตั้งแต่เริ่มต้น หรือถ้ามีเว็บไซต์อยู่แล้วก็ควรปรับเว็บไซต์ให้ทันสมัยเพื่อสนับสนุนการทำ SEO เพียงเท่านี้ก็พร้อมลุย ซึ่ง Google จะพิจารณาจัดอันดับให้กับเว็บที่มี Content แฝงไปด้วย Keyword ในตำแหน่งที่เหมาะสมกระจายอยู่ทั่วทุกหน้าของเว็บไซต์ และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ Link ที่ต้องใส่ทั้งภายในเว็บไซต์ตัวเอง และLink ที่แปะเอาไว้นอกเว็บไซต์แล้วชี้เป้ากลับเข้ามายังเว็บไซต์ของตน (วิธีนี้เรียกว่า Backlink)

การส่งคอนเทนต์ไปสู่เว็บไซต์ข้างนอก หรือที่เรียกว่า Outreach โดยการแฝง Keyword ที่เจาะจง เข้าไปในคอนเทนต์และทำการแทรกลิงก์ เพื่อทำเป็น Backlink ให้คนอ่านคอนเทนต์คลิกเข้ามาบนหน้าเว็บไซต์ของเรา (ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ อาจจะต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญของดิจิทัลเอเจนซี่ เป็นผู้ดำเนินการ) จากนั้นควรมีการตรวจสอบการจำอันดับของ Keyword อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อดูว่าคำไหนติดในหน้าแรกของ Google และปรับ Keyword อื่น ๆ โดยการทำ Outreach Content ส่งไปตามเว็บไซต์ต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น รวมถึงเจ้าของเว็บควรรู้จักใช้กลไกการแชร์ Content ใน Social Media ต่าง ๆ ร่วมด้วย เพราะเมื่อมีการแชร์มากขึ้น มีคนอ่านมากขึ้น คะแนนของ Keyword ก็จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามลำดับ เว็บเรามีบทวิเคราะห์กีฬา ข่าวบอล ฟันธงบอล ก็ควรเอาเนื้อหาเหล่านั้นแชร์ลงโซเชี่ยลบ้าง

ดังนั้นการทำ SEO หรือการตลาดออนไลน์จึงเปรียบเสมือนการประชาสัมพันธ์หน้าเว็บไซต์ธุรกิจและบริการของคุณให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และที่สำคัญยังช่วยเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าหรือบริการของคุณได้อย่างมหาศาลเกินกว่าที่คุณจะคาดคิด หากคุณเตรียมพร้อม วางแผนการตลาดออนไลน์และจัดทำเว็บไซต์หน้าร้านออนไลน์ให้พร้อม กลไกเหล่านี้ก็จะช่วยให้ธุรกิจของคุณได้รับความสนใจมากขึ้น จากนั้นก็จะตอบโจทย์ผลกำไรที่เพิ่มสูงขึ้นได้ในชั่วข้ามคืนเลยทีเดียว

SEO คำตอบของการทำการตลาดออนไลน์

SEO คำตอบของการทำการตลาดออนไลน์

เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมหลาย ๆ ธุรกิจหรือหลาย ๆ แบรนด์ถึงมีการเติบโตได้เร็ว ทั้งที่มีการก่อตั้งมาไม่ได้นานมากหรือมีฐานลูกค้าเดิมอยู่ก่อนหน้าแล้ว ทั้งยังไม่ได้มีเงินทุนหนาสำหรับงบประมาณในส่วนการทำโฆษณาหรือโปรโมทผ่านช่องทางต่าง ๆ นอกจากสินค้าและบริการที่มีคุณภาพดีถูกใจผู้บริโภคหรือผู้ใช้บริการแล้ว ส่วนสำคัญก็มาจากการวางแผนทางการตลาดและมีเทคนิคในการทำการตลาดที่ดี ทั้งการตลาดทั่วไปและการตลาดแบบดิจิทัล ซึ่งเน้นในแนวทางของการทำ SEO เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจนั่นเอง

SEO สร้างผลลัพธ์ที่แตกต่าง

การเรียนรู้วิธีการทำการตลาดในยุคดิจิทัลด้วย SEO เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลย แม้ว่า SEO จะต้องอาศัยระยะเวลาในการทำพอสมควร แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว ถือเป็นการทำการตลาดแบบได้ผลลัพธ์แบบ organic นั่นก็คือ ผลลัพธ์ที่ได้นั้นไม่ว่าจะเป็นยอดการรับชมเว็บไซต์ การกดลิงก์ต่าง ๆ ไม่ได้ผ่านการโฆษณาเลย ซึ่งถ้าหากว่าเจ้าของแบรนด์ทำ SEO อย่างมีประสิทธิภาพเหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์หรือสินค้านั้น ๆ ก็จะช่วยดึงดูดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมากทีเดียว

อย่างที่เราทราบกันดีว่า SEO ถือเป็นวิธีการที่จะช่วยให้เว็บไซต์ติดลำดับการค้นหาที่ดี ในส่วนของ เว็บไซต์ search engine อย่างเว็บไซต์ Google จะมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเลื่อนลำดับในหน้าค้นหาด้วยกันหลากหลายอย่าง ดังนั้นสิ่งที่เจ้าของแบรนด์สามารถทำได้คือ ทำตามความต้องการของเว็บ search engine นั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น มีผู้เข้าชมเว็บไซต์ในจำนวนที่เยอะและเนื้อหาภายในเว็บไซต์มีความน่าสนใจและเหมาะกับผู้ใช้งาน ทาง Google ก็จะมีการพิจารณาปรับลำดับขึ้นมาได้

ในส่วนนี้ keyword หรือคำสำคัญที่เลือกใส่ในเนื้อหาบทความต่าง ๆ มีความสำคัญมาก ไม่ใช่แค่เพียงคำที่เลือกนำมาใช้เป็น keyword แต่ยังรวมถึงความถี่ในการใส่ด้วย ไม่ควรจะเยอะหรือน้อยจนเกินไปเพราะจะทำให้เนื้อหานั้น ๆ ไม่เป็นที่ชื่นชอบของ Google ทั้งนี้ ในส่วนของการเขียน ควรที่จะมีเทคนิคที่เป็นธรรมชาติเพื่อให้ผู้อ่านสามารถรับข้อมูลสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสม และไม่ได้รู้สึกว่าเป็นการยัดเยียดหรือตั้งใจขายสินค้ามากเกินไป โดยลืมที่จะใส่ใจประโยชน์ของผู้บริโภค

SEO เหมาะสำหรับใคร?

ต้องบอกเลยว่าเหมาะสำหรับทุกคนที่ทำธุรกิจสินค้าหรือบริการทุก ๆ ประเภท มีการขายสินค้าผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ทั้งผู้ที่มีหน้าร้านหรือไม่มีหน้าร้านก็ตาม รวมทั้งผู้ที่ต้องการเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจ เพิ่มฐานลูกค้า เป็นต้น

จากทั้งหมดที่ได้กล่าวมานี้ จะเห็นได้ว่าการทำ SEO นั้น ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการตลาดออนไลน์ค่อนข้างมาก ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการโฆษณาสินค้าและยังเป็นวิธีที่สามารถเห็นผลลัพธ์ได้จริง ตอบโจทย์การทำการตลาดออนไลน์ได้เป็นอย่างดี

การเลือกใช้ CMS มีผลกับการทำ SEO อย่างไร

CMS ไม่ได้เป็นส่วนสำคัญของการออกแบบและอัปเดตเนื้อหาบนเว็บไซต์เท่านั้น แต่ใครจะรู้ล่ะว่าการเลือกใช้ CMS ก็มีผลต่อการทำ SEO ได้เหมือนกัน เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าในมุมมองของการทำการตลาดออนไลน์นั้น CMS จะช่วยดันอันดับ SEO เว็บไซต์ของแบรนด์ต่าง ๆ ให้ขึ้นไปอยู่หน้าแรกได้อย่างไรบ้าง

CMS ที่ดีช่วยดัน SEO ได้ง่าย

CMS ที่เป็น SEO friendly ช่วยให้คนทำคอนเทนต์สามารถสร้าง permalink เองได้ รวมถึง metadata และ snippet ต่าง ๆ ที่มีผลต่อการทำ SEO ด้วย หาก CMS ที่คุณใช้ไม่เอื้อต่อการสร้างข้อมูลเหล่านี้ อาจทำให้คุณพลาดการขึ้นไปอยู่ในหน้าแรกของ search engine แบบน่าเสียดาย

ทำให้พนักงานที่มีหน้าที่อัปเดตคอนเทนต์เหนื่อยน้อยลง

พนักงานที่มีหน้าที่อัปเดตคอนเทนต์อาจไม่ได้บ่นให้คุณฟัง แต่เชื่อได้เลยว่าหากคุณมี CMS ที่ดีเข้ามาเป็นตัวช่วยในการสร้าง SEO จะทำให้พนักงานของคุณเหนื่อยน้อยลงไปมาก เพราะมันจะช่วยให้การจัดการทุกอย่างดูง่ายขึ้นและเป็นระเบียบมากกว่าเดิม

เว็บไซต์ของคุณจะทนทานจะต่อเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึม

เมื่อไหร่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึมของ search engine หลายเว็บไซต์จะถูกดันให้ตกอันดับ แต่สำหรับเว็บไซต์ที่ได้รับการจัดระเบียบมาเป็นอย่างดีจะอยู่ได้ทนและอยู่ได้นาน เพราะไม่ว่าอัลกอริทึมของ search engine จะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน เนื้อหาและโครงสร้างของเว็บไซต์ก็มีจุดยืนที่ชัดเจนนั่นเอง

CMS ที่เป็น mobile friendly มีผลกับการทำการตลาด

แน่นอนว่าสมัยนี้ลูกค้าของคุณต่างใช้มือถือเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงข้อมูล ซึ่งการทำเนื้อหาก็ต้องเป็นเนื้อหาที่แสดงผลหน้าจอของมือถือได้ลงตัว ไม่ว่าจะเป็นมือถือรุ่นไหนก็ควร responsive หากเว็บไซต์ของคุณยังต้องให้ลูกค้าซูมเข้าซูมออกเพื่อเปิดอ่านเนื้อหาแล้วล่ะก็ นั่นหมายความว่าคุณกำลังสร้างประสบการณ์ที่ไม่น่าประทับใจต่อลูกค้าอยู่ก็ได้

เว็บไซต์ของคุณจะดูดีและน่าเชื่อถือ

ใช่แล้วล่ะ เว็บไซต์ที่ดูดี ถูกจัดวางในตำแหน่งที่เป็นระเบียบและมีเครื่องมือช่วยให้ค้นหาเนื้อหาได้ง่ายย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะคอนเทนต์ที่ดีควรมี CMS ที่เจ๋ง ๆ เป็นหลังบ้านแล้วคอนเทนต์ที่ดีนี่เอง จะช่วยสร้าง UX หรือประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้ใช้งานได้ดีกว่าเว็บไซต์ที่มีการวางเนื้อหากระจัดกระจายจนดูไม่น่าเปิดไปอ่านซ้ำอีก

มาถึงตรงนี้แล้ว เจ้าของแบรนด์และคนทำเว็บไซต์หลายคนต้องหันมาสำรวจแล้วล่ะ ว่าเว็บไซต์ของคุณใช้ CMS ตัวไหนในการสร้างเว็บไซต์และอัปเดตคอนเทนต์อยู่ เพราะถ้าเป็น CMS ที่ไม่เอื้อต่อการทำเนื้อหาบนเว็บไซต์แล้วล่ะก็ อาจถึงเวลาต้องเปลี่ยนเพื่ออันดับของ SEO ที่ดีกว่าแล้วล่ะ

ประโยชน์ของ SEO ดันธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้เติบโต

ประโยชน์การตลาดออนไลน์แบบ SEO

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะอยู่รอดได้ก็ด้วยการดึงดูดลูกค้าใหม่และรักษาลูกค้าเดิมไว้ นับเป็นหลักการสำคัญที่ควรยึดถือไว้อย่างเหนียวแน่น การทำ SEO เกิดประโยชน์โดยตรงในด้านกระตุ้นการขายสินค้าและบริการบนเว็บไซต์ ช่วยลดต้นทุนพร้อมกับดันยอดขายเพิ่มขึ้น เว็บไซต์ที่ผ่านการทำ SEO จะแตกต่างจากเว็บไซต์ปกติ เข้าถึงง่าย ใช้งานสะดวก และเป็นเครื่องมือช่วยจัดการยอดขายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น มาดูกันว่าการตลาดออนไลน์แบบ SEO นั้นมีประโยชน์อะไรให้บ้าง

ประโยชน์การตลาดออนไลน์แบบ SEO

การทำ SEO คือ กลยุทธ์การตลาดที่ดีสำหรับอีคอมเมิร์ซ การเพิ่มประสิทธิภาพกลไกค้นหาช่วยประชาสัมพันธ์แบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย นำเสนอข้อมูลผ่านสื่อออนไลน์ต่าง ๆ แบบประหยัดต้นทุน แผน SEO ที่มีประสิทธิภาพทำให้เว็บไซต์อยู่ในอันดับที่ดี แสดงผลการค้นหาในอันดับต้น ๆ ของ Google เพื่อให้สะดุดตา เพิ่มโอกาสให้ลูกค้าเป้าหมายคลิกเข้าเยี่ยมเว็บไซต์มาเลือกชมและสั่งซื้อสินค้าหรือบริการง่ายมากขึ้น

ปรับปรุงคุณภาพของเนื้อหา บทความที่ดีเป็นช่องทางโฆษณาเพิ่มการรับรู้ในแบรนด์สินค้า โดยใช้คีย์เวิร์ดปรับเนื้อหาให้เหมาะสม ประโยชน์ของ SEO ช่วยให้บทความในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซหรือบล็อกนั้นน่าอ่านมากขึ้น เนื้อหาควรเชื่อมโยงกับความต้องการของลูกค้าเป้าหมาย วิธีนี้เป็นการโฆษณาที่เพิ่มจำนวนผู้เข้าชมมากมายด้วยต้นทุนเพียงเล็กน้อย บทความที่มีคุณภาพไม่ได้เพิ่มอัตราการเข้าชมรวดเร็ว แต่เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากกว่าโฆษณาแบบไวรัลที่สร้างความประทับใจในทันที

การรีมาร์เก็ตติ้งหรือติดตามลูกค้าเป้าหมายที่เคยเข้าเว็บไซต์เพื่อกระตุ้นให้กลับมาใช้งานซ้ำ โดยวิธีการแสดงโฆษณาแบบรูปภาพควบคู่กับการให้ส่วนลดและข้อเสนอพิเศษช่วยนำลูกค้าที่มีศักยภาพกลับเข้ามาชมหน้าสินค้าที่เคยเรียกดู พร้อมกับเสนอผลิตภัณฑ์สินค้าหรือบริการเพิ่มตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ยิ่งมีการทำรีมาร์เก็ตติ้งมากเท่าไร จำนวนผู้ชมที่เข้ามาใช้งานเว็บไซต์ก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นและบ่อยขึ้นเท่านั้น

การใช้คีย์เวิร์ดที่เป็นกลุ่มคำ โดยมีคีย์เวิร์ดหลักพร้อมคำขยายสร้างคำใหม่ที่มีเอกลักษณ์ ทำให้จำนวนคู่แข่งมีน้อยลง โดยปกติแล้วเว็บไซต์จัดทำโครงสร้างที่ดีต้องจัดหมวดหมู่ให้สอดคล้องกับคีย์เวิร์ดด้วย เช่น เสื้อผ้าผู้ชาย > สีน้ำเงิน > ราคาไม่แพง การลำดับโครงสร้างเพจจับคู่กับคีย์เวิร์ดแบบยาวถือเป็นกุญแจสำคัญในการออกแบบเว็บไซต์ให้เข้าถึงลูกค้ามากขึ้น ยิ่งเข้าใจความต้องการของลูกค้า ก็ยิ่งช่วยให้ลูกค้าค้นหาสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ดี มีแนวโน้มที่จะเพิ่มยอดขายมากขึ้นด้วย

การทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในระยะยาว โดยจะต้องคัดสรรเนื้อหาที่มีคุณภาพ พร้อมกับปรับให้เหมาะสม สำหรับ SEO ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาในเว็บไซต์ต่อเนื่อง ลูกค้าจะเข้ามาใช้บริการและส่งผลต่อการจัดอันดับเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซให้อยู่ในหน้าแรกของเครื่องมือค้นหาต่อไป วัดผลกันด้วยยอดขายสินค้าหรือบริการและกิจการที่เติบโตอย่างไม่หยุด

ด้วยวิธีของ SEO และ Search Engine นี้ จึงเป็นตัวช่วยอย่างดีสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ทั้งการลดต้นทุนค่าประชาสัมพันธ์ เพิ่มยอดขาย และสร้างฐานลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้น

ประโยชน์ของ SEO ดันธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้เติบโต

ชวนทำความรู้จักกับ SEO เพื่อการตลาดออนไลน์

SEO เป็นวิธีที่ทำให้เว็บไซต์ได้รับความนิยมจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เป็นการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ผ่านการทำบทความและสื่อประกอบที่มีคุณภาพ ทำให้เมื่อประมวลผลด้วยระบบ algorithm ของ search engine เช่น yahoo และ Google แล้ว จะมีอันดับในการสืบค้นที่สูงและทำให้มียอดขายสินค้าเพิ่มขึ้น

การทำ SEO ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายให้ search engine อย่างการโฆษณาทั่วไป จึงเหมาะกับการทำเว็บไซต์ธุรกิจทุกประเภท โดยการทำ SEO หรือ search engine optimization นั้นประกอบไปด้วย 6 ปัจจัยที่ต้องพิจารณา คือ

1. คุณภาพของบทความ

บทความหรือ Content ที่มีคุณภาพต้องมีการใส่ keyword ที่เหมาะสม คือ ตรงกับสิ่งที่ลูกค้าใช้สืบค้นหาสินค้าและบริการ ซึ่งสามารถใช้เครื่องมือของ Google search ในการวิเคราะห์ keyword ได้

ขณะเดียวกันก็สามารถที่จะนำ keyword ที่หามานี้ใช้ในการตั้งชื่อบทความ รูปภาพประกอบ ลิงค์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสืบค้นได้ดีขึ้น

2. สนใจ User signal

User signal เป็นผลจากการเข้าชมเว็บไซต์ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ทำเว็บไซต์ SEO สามารถศึกษาได้จาก google analytics คือ จะมีการเก็บข้อมูลโดย google จากผู้ใช้บริการเว็บไซต์ว่ามีอัตราการคลิกเท่าใด ระยะเวลาที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใช้อ่านบทความ หรือดูมัลติมีเดียบนหน้าเว็บไซต์นานเท่าใด ทำให้สามารถนำไปปรับปรุงคุณภาพเว็บไซต์ได้ได้อย่างทันท่วงที

3. พัฒนาองค์ประกอบทางด้านของเทคนิค

เทคนิคไอที อย่างเช่น ภาษาในการเขียนเว็บไซต์ เช่น ภาษา html หากเจ้าของเว็บไซต์ไม่ชำนาญ ก็ควรจะจ้างผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถในการพัฒนาเว็บไซต์ รวมถึงการออกแบบส่วนประกอบต่าง ๆ ในเว็บไซต์ที่จะทำให้เว็บไซต์ใช้งานง่ายและสวยงาม เพื่อทำให้ได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น

4. User experience

ในเว็บไซต์ควรจะทำให้ลูกค้าใช้งานง่าย เช่น สามารถที่จะขยายภาพได้ ข้อความมีการวางให้อ่านง่าย มีช่องว่างเพื่อให้เนื้อหาไม่แน่นเกินไป มีการแบ่งหัวข้อต่าง ๆ ของสินค้าและบริการที่ชัดเจน การทำสิ่งเหล่านี้สำคัญเพราะจะทำให้ลูกค้าประทับใจและมีโอกาสกลับมาใช้งานได้ซ้ำอีก

5. สื่อโซเชียลมีเดีย

เว็บไซต์ที่ดึงดูดใจควรมีภาพเคลื่อนไหวประกอบหรือใช้ภาพในโทนสีที่สะดุดตา รวมถึงตัวอักษรที่อ่านง่าย เพื่อกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาในเว็บไซต์และเป็นการเพิ่มเป็นการเพิ่มโอกาสในการขายได้ดียิ่งขึ้น

6. การทำ Back Link

เป็นการเชื่อมโยงเว็บไซต์จากภายนอกเข้ามา เป็นสำคัญมากเพราะทำให้เพิ่มจำนวนลูกค้าจากการติดตามมาจากภายนอก อาจจะเกิดจากการตอบคำถามและแปะลิ้งค์เอาไว้ที่เว็บไซต์อื่น ๆ ที่มีผู้สนใจแล้วทำให้มีผู้คลิกหาข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บไซต์ของคุณก็ได้

จะเห็นได้ว่าเทคนิคการทำ SEO สำคัญต่อเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ ช่วยให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการทำธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเพิ่มยอดขายและจำนวนลูกค้าในการใช้บริการ

ชวนทำความรู้จักกับ SEO เพื่อการตลาดออนไลน์