คลังเก็บป้ายกำกับ: SEO

อยากโปรโมทเว็บไซต์ให้โด่งดังในต่างประเทศด้วย SEO ทำอย่างไร

ปัจจุบัน การทำธุรกิจออนไลน์เป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมและเป็นช่องทางสำคัญในการส่งเสริมรายได้ของสินค้าและบริการแบรนด์ต่าง ๆ ซึ่งการจะทำเว็บไซต์ให้ดังติดตลาดได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยเทคนิคหรือกลยุทธ์ทางการตลาดหลายวิธีร่วมกัน

สำหรับใครหลายคน การทำเว็บไซต์ให้เป็นที่แพร่หลายภายในประเทศเป็นสิ่งที่ทำได้แล้ว และต้องการความท้าทายใหม่ ๆ จึงเกิดคำถามว่า หากอยากโปรโมตเว็บไซต์ให้ดังเปรี้ยงปร้างในต่างแดนด้วยวิธีการ SEO เช่นเดียวกับที่ทำในไทย จะเป็นไปได้ไหม ? เรามาหาคำตอบไปพร้อมกันเลย

อยากโปรโมทเว็บไซต์ให้โด่งดังในต่างประเทศด้วย SEO

ต้องรู้หลักการทำ SEO เสียก่อน

การทำ SEO เป็นเทคนิคการตลาดที่นิยมมากในทศวรรษนี้ เพราะทำให้เว็บไซต์ต่าง ๆ บนโลกออนไลน์สามารถถูกสืบค้นและเข้าถึงได้ง่าย เป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ซื้อและผู้ขายสินค้า เพียงแค่คลิกเดียวผ่านเครื่องมือสำคัญ อย่าง search engine ที่โด่งดัง ได้แก่ กูเกิ้ล ยาฮู บิง ก็สามารถจับคู่ความต้องการซื้อขายสินค้าระหว่างกันได้ด้วยความรวดเร็ว

ทั้งนี้ นักพัฒนาเว็บไซต์จำเป็นต้องปรับปรุงทั้งส่วน ONPAGE และ OFFPAGE เพื่อที่จะตอบโจทย์ตามหลักเกณฑ์ของแหล่งสืบค้นที่ใช้รูปแบบอัลกอริทึ่มเฉพาะตัวในการแสดงผลสืบค้นจากผู้ชมทั่วโลกนาทีต่อนาที หากสามารถทำ SEO เว็บไซต์ได้อย่างมีคุณภาพ สม่ำเสมอและต่อเนื่อง ก็ย่อมมีโอกาสสูงที่จะถูกจัดอันดับชื่อในตำแหน่งเหนือเว็บไซต์อื่น ๆ ในการสืบค้น โดยเฉพาะอันดับ 1 – 10 ที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง อันทำให้มีจำนวนผู้เข้าชม ลูกค้าเก่าและใหม่ รวมถึงยอดรายได้เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

อยากโปรโมทเว็บไซต์ให้โด่งดังในต่างประเทศด้วย SEO ทำอย่างไร

วิธีการทำ SEO ให้เว็บไซต์ดังในต่างประเทศ

ในการทำ SEO ที่ดีมีคุณภาพ จำเป็นต้องใส่ไอเดียและเทคนิคปรับเว็บไซต์ให้ทันสมัย ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ ลิงค์ LINK เพื่อการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของเรากับเว็บไซต์ภายนอก จุดนี้มีความสำคัญมาก หากต้องการให้เว็บไซต์ฮิตติดตลาดในต่างประเทศก็ต้องเลือกลิ้งค์ที่มีความเป็นสากล (GO INTER) เพื่อไม่ให้เว็บไซต์เราถูกสืบค้นเจอเพียงแค่จากลูกค้าในไทยที่ค้นผ่าน“กูเกิ้ลดอทco.th”

ในเมื่อเป้าหมายของเรา คือค้นจาก“กูเกิ้ลดอทคอม” ก็ต้องใส่เนื้อหาบทความที่เป็นภาษาสากลอย่างภาษาอังกฤษ เยอรมัน จีน ฯลฯ ร่วมกับหา Backlink ที่มีคุณภาพ โดยการวิเคราะห์จากการมีปริมาณการใช้งานสูง หรือที่เรียกกันว่ามี Traffic สูง และมีลำดับสูงใน Google rank ซึ่งเป็นการตีค่าตัวเลขไว้ที่ต่ำสุดศูนย์และสูงสุดสิบ หากเลือก Backlink ที่ค่า Page rank สูงใกล้สิบได้มากเท่าไร ก็ยิ่งเพิ่มเปอร์เซ็นต์ความฮิตติดอันดับท็อปใน Googleดอทคอมได้มากเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังต้องศึกษาการทำ Profile link เพื่อการโปรโมตเว็บไซต์ให้คนทั่วไปได้เข้าถึง ผ่านทางการเติม URL address เวลาสมัครเข้าร่วมกลุ่มหรือสมาชิกออนไลน์ใด ๆ เช่น เว็บบอร์ดในสังคมแชทออนไลน์ทั้งไทยและต่างประเทศ , twitter , เฟสบุ๊ค เป็นต้น ซึ่งเป็นเทคนิคหนึ่งที่ส่งเสริมการทำ SEO ให้ฮิตในต่างแดนได้จริงในระยะยาวอย่างที่คุณคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับวิธีการใช้เทคนิค SEO เพื่อการโปรโมตเว็บไซต์ให้ดังในต่างประเทศที่เราแนะนำไป หวังว่าจะเป็นแนวทางให้ทุกท่านเกิดแรงบันดาลใจในการพัฒนาปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีความเป็นสากล เพื่อเพิ่มยอดผู้ติดตามและยอดขายได้อย่างรวดเร็ว

มาเพิ่มความรู้ หาข้อเสียของการไม่ทำ SEO

ในปัจจุบัน เรามักเห็นบริษัทเอกชนรับจ้างทำ SEO กันมากขึ้น ทั้งจากสื่อโฆษณาและการบอกต่อของเพื่อน ๆ นักธุรกิจที่นิยมขายสินค้าและให้บริการต่าง ๆ ทางสื่อออนไลน์กันมากขึ้น ซึ่งสำหรับเพื่อน ๆ มือใหม่ในวงการธุรกิจออนไลน์ หลายคนอาจยังมีข้อสงสัยว่า หากไม่ทำ SEO แล้วจะเกิดผลเสียอย่างไร?

เราจึงได้รวบรวม 5 ข้อเสีย ของการไม่ทำ SEO มาฝากกันไว้ที่นี่

1. หาเว็บไซต์ไม่เจอ

ข้อนี้เป็นปัญหาสำคัญของการไม่ทำการตลาด SEO ตามเทรนด์ปัจจุบัน เนื่องจากถ้าไม่ใช่คนใกล้ชิดหรือลูกค้าเก่าที่มีนามบัตรหรือเคยซื้อสินค้าหรือใช้บริการธุรกิจคุณอยู่ก่อนแล้ว ก็จะไม่มีทางทราบเลยว่า ยังมีบริษัทของคุณพร้อมขายสินค้า-ให้บริการอยู่

2. แทบไม่มีโอกาสได้ลูกค้าใหม่

เพราะการค้นหาไม่เจอในข้อ 1. จะทำให้แทบไม่มีโอกาส “เปิดหน้าร้าน” ให้กลุ่มเป้าหมายได้รู้จักเพิ่ม ทำให้คุณรักษาไว้ได้เฉพาะลูกค้าเก่า ทั้งนี้ลูกค้าเดิมที่มีอยู่ก็อาจ “ปันใจ” ไปให้บริษัทอื่นได้ หากมีการโฆษณา ภาพลักษณ์ คุณภาพของสินค้าหรือ การบริการที่น่าประทับใจกว่า

3. เสียลูกค้าไปให้เจ้าอื่น

การเสียโอกาสทางการตลาดหรือทางธุรกิจเป็นปัญหาใหญ่ที่ตามมาจากการที่ลูกค้าไม่ทราบว่ามีบริษัทคุณให้เลือกใช้สินค้าและบริการได้ สมมติว่าลูกค้าอยากได้ร้านจัดดอกไม้ไปเซอร์ไพร์สแฟน หาก search ในกูเกิ้ล แล้วพบแต่ร้าน A B C … การไม่ทำ SEO จะทำให้มีโอกาสน้อยมากที่ลูกค้าจะไล่หาลำดับในหน้าเพจหลัง ๆ จน เจอร้าน Z ของคุณ

มาเพิ่มความรู้ หาข้อเสียของการไม่ทำ SEO

4. ดูไม่น่าเชื่อถือ

การทำ SEO ช่วยให้กลุ่มเป้าหมายเห็นว่า เว็บไซต์ ธุรกิจคุณมีการเคลื่อนไหว ภาพลักษณ์ทันสมัย พร้อมตอบคำถามตลอด 24 ชม. ซึ่งลูกค้าในปัจจุบันนิยมเลือกที่บริษัทที่พร้อมให้บริการอย่างรวดเร็วและติดต่อได้ง่าย กรณีที่มีปัญหาหลังการขาย

5. เสียเวลาลูกค้าที่ต้องการความฉับไว

การทำSEO จะต้องใส่คีย์เวิร์ดที่ตรงกับธุรกิจคุณมากที่สุด ซึ่งจะเป็นเหมือนการแสดงวัตถุประสงค์ในการมีหน้าร้าน เช่น คุณเป็นธุรกิจขายส่งชิ้นส่วนโรงงาน จำเป็นที่ต้องสั่งล็อตเยอะ ๆ การทำ SEO ก็จะใส่คำว่า “ขายส่ง”

การไม่ทำ SEO อาจทำให้เสียเวลาลูกค้าต้องการสินค้าปลีกเพียงไม่กี่ชิ้น หรือลูกค้าที่ทำงานวิจัยที่ต้องการระบุสเป็คเฉพาะแบบ หรือให้ทำตามออเดอร์ จะเห็นได้ว่าความต้องการ ไม่ match กัน ทำให้เสียเวลากันทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะหากลูกค้ากำลังอยู่ในช่วงเร่งรีบต้องการความไว

การไม่ทำ SEO มี 5 ข้อเสียที่เห็นได้อย่างชัดเจน แม้จำนวนมีเพียง 5 ข้อ แต่เป็นข้อเสียที่มีนัยสำคัญ ส่งผลต่อรายได้ของธุรกิจในระยะยาว จึงไม่น่าแปลกใจที่ธุรกิจออนไลน์ส่วนใหญ่ เลือกทำ SEO

ธุรกิจออนไลน์ เลือกทำเล ONLINE ด้วย SEO

การทำ SEO เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ทำธุรกิจออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นนักการตลาดมือฉมัง หรือคุณแม่บ้านมือใหม่ที่สนใจเพิ่มรายได้จากบ้าน ก็ไม่ควรมองข้ามการทำ SEO เพราะเป็นเหมือนการอัพ หน้าร้านของเรา ให้ได้อยู่ในจุด หรือ position ที่มีคนเห็น เรียกได้ว่าเป็นการซื้อทำเล (Location) บนโลกอินเตอร์เน็ต ในส่วนของผลลัพธ์จากการค้นหาใน search engine เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าและบริการมากขึ้น

มารู้จักการทำ Seo

การทำ SEO หากเปรียบกับการเล่นกีฬา ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นกีฬาที่เล่นกันเพียงแค่ 2 – 3 เกมส์แล้วก็เห็นผลอย่าง เซปักตะกร้อ หรือเล่นกัน ชนะ 3 – 0 แล้วจบ รู้ผลแพ้ชนะอย่างวอลเล่ย์บอล แต่การทำ SEO จะต้องใช้เวลาในการสั่งสม และเมื่อเห็นผลแล้ว ก็ต้อง keep จุดนี้ไว้ให้ต่อเนื่อง ไม่ปล่อยให้อันดับหรือทำเลเราถูกแย่งไปอยู่ในมือสู่คู่แข่งธุรกิจเจ้าอื่นที่ย่อมทำ SEO เช่นเดียวกัน

ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเปิดร้านขายดอกไม้แบบมีหน้าร้านจริง คุณก็ต้องเลือกทำเลให้อยู่ในจุดที่จะมีลูกค้าสัญจรผ่านไปมา เรียกได้ว่ายอมเสียค่าทำเลเยอะหน่อย โดยการจ่ายค่าเช่าเดือนละเป็นหมื่น ๆ แลกกับการได้พื้นที่เล็ก ๆ ที่ดูเหมือนจะแพงเกินราคาอย่างย่านสีลม เพลินจิต เพียงเพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาส เห็นหน้าร้านดอกไม้ของคุณว่ามีอยู่ตรงนี้ มีสไตล์การจัดดอกไม้แบบนี้ เมื่อลูกค้าได้เห็นหน้าร้านของคุณ และมีโอกาสเดินเข้ามาชมภายในร้าน ก็จะเกิดภาพจำ จากความประทับใจ แม้ในวันนี้ยังไม่ได้ซื้อในทันที ว่ามีร้านดอกไม้ที่น่าใช้บริการอยู่ตรงไหน เมื่อจะนึกให้ของขวัญวันเกิด วันครบรอบแต่งงาน หรือช่วงเทศกาล เช่น วาเลนไทน์ วันปีใหม่ ก็จะมาซื้อดอกไม้จากร้านคุณนั่นเอง

การทำ SEO จึงไม่ต่างกับการเลือกทำเล ONLINE ที่ดีที่สุด ซึ่งกูรูด้านการตลาดออนไลน์แนะนำว่า ควรพยายามให้อยู่ใน 1 – 3 หน้าแรกของการค้นหาด้วย SEARCH ENGINE อย่าง ยาฮู กูเกิ้ล จะดีที่สุด ทั้งนี้ การทำ SEO ใช่ว่าจะทำวันเดียวแล้วจะได้เห็นผลว่าจะได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นใน 3 วัน 5 วัน เนื่องจากคุณไม่ใช่ธุรกิจเดียวที่ทำ SEO คุณต้องไม่ลืมว่า ทุกบริษัทล้วนต่างแย่งชิงทำเลทอง บนโลกออนไลน์นี้ ด้วยการจ้างนักทำ SEO มือฉมังหรือนักการตลาดมืออาชีพในวงการธุรกิจ website กันทั้งนั้น

นอกจากนี้ อัลกอริทึ่ม (algorithm) ในการวิเคราะห์ดาต้า (data) เพื่อ ranking หรือ จัดอันดับของ search engine ก็มีตรรกะที่เป็นอัตลักษณ์ของตัวเอง ทำให้ไม่สามารถมีบริษัทใดเป็นผู้ผูกขาดทางการตลาด หรือ monopoly ในการเป็น เจ้าอันดับท็อป 5 หรือ เจ้ายุทธจักรท็อปเท็น ได้ตลอดไปจากการทำ SEO เพียงครั้งเดียว เนื่องจากมีการอัพเดตใหม่ ๆ ของทุกเว็บไซต์เกิดขึ้นในทุก ๆ วันนั่นเอง

ธุรกิจออนไลน์ เลือกทำเล ONLINE ด้วย SEO

วิธีทำ SEO อย่างง่ายกับ WordPress

สำหรับมือใหม่ที่ต้องการเริ่มทำเว็บไซต์ของตนเองเพื่อขายสินค้าและบริการทางออนไลน์ โปรแกรม WordPress เป็นวิธีหนึ่งที่นิยมใช้กันมาก ไม่จำเป็นต้องเรียนสายคอมพิวเตอร์หรือการเขียนโค้ดภาษาคอมพิวเตอร์ให้ยุ่งยาก คนธรรมดาก็ใช้งานโปรแกรมสำเร็จรูปได้ง่าย สร้างเว็บไซต์อย่างสวยงาม อ่านง่าย ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายด้วย ประโยชน์ข้อสำคัญคือมี Plugin เป็นส่วนเสริมในการตกแต่งเพิ่มคุณสมบัติของเว็บไซต์ สามารถเลือกใช้ได้หลายรูปแบบ ทั้งการทำภาพสไลด์ , การทำตลาดทางอีเมล์และอีคอมเมิร์ซ , การเชื่อมโยงกับโซเชียลมีเดีย , การแบคอัพและเคลื่อนย้ายข้อมูล แน่นอนว่าช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานในการทำ SEO ให้เว็บไซต์มีลำดับการค้นหาที่ดี ค้นพบง่ายและรวดเร็วใน Search engine ยอดนิยมอย่าง Google

หากคุณเข้าค้นหาใน Google เป็นประจำ ย่อมจะเข้าใจฐานะของผู้ใช้งานจริงว่า ส่วนใหญ่เราจะไม่เปิดหาสิ่งที่ต้องการเกินกว่า 5-6 หน้า ดังนั้นเว็บไซต์ที่จัดอันดับในหน้าแรก ๆ จึงได้เปรียบเพราะผู้ใช้เปิดเข้าดูเว็บไซต์ก่อน ทำให้เข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้มากยิ่งขึ้น มีโอกาสปิดยอดขายมากกว่าคู่แข่งในตลาดเดียวกัน

ก่อนอื่นมาดูว่าการทำ SEO มีวิธีการอย่างไรบ้าง

1.ชื่อบทความ

การตั้งชื่อเรื่องมีความสำคัญเพราะเป็นสิ่งที่ใช้ในแสดงผลบน Google ระหว่างการค้นหาเว็บไซต์ ถ้าเราเห็นชื่อบทความน่าสนใจย่อมดึงดูดใจให้คลิกเข้าไปอ่าน สามารถแทรกคีย์เวิร์ดเพื่อทำ SEO ในชื่อบทความเพื่อให้สอดคล้องกับสินค้าและบริการ นอกจากนั้นชื่อบทความใน WordPress ยังไปปรากฏเป็นการตั้งค่า URL โดยอัตโนมัติได้อีกด้วย พยายามเขียนคีย์เวิร์ดและชื่อบทความให้กระชับและครอบคลุมเนื้อหาที่ต้องการเขียนมากที่สุด หากผู้ใช้เข้ามาดูแต่ไม่เห็นสิ่งที่ใกล้เคียงกันอาจไม่ค้นหาหรือเข้าใช้บริการอีก

2.เน้นคำสำคัญ

การใช้งาน WordPress มีรูปแบบใกล้เคียงกับโปรแกรม Word ที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว มีเครื่องมือช่วยเน้นคำสำคัญทำให้ตัวหนา ตัวเอียง ขีดเส้นใต้ เมื่อมีการค้นหาคีย์เวิร์ดใน Search engine คำที่เน้นเหล่านี้ถือว่าสำคัญและโดดเด่นทำให้เข้าถึงบทความง่ายและรวดเร็ว แต่เน้นเฉพาะสิ่งที่สำคัญอย่างแท้จริง ไม่ใช้การทำสแปมทั้งบทความซึ่งเป็นการผิดกฎของทาง Google เสี่ยงจะถูกลงโทษง่ายๆ

วิธีทำ SEO อย่างง่ายกับ WordPress

3.แทรกรูปภาพดึงดูดสายตา

ต้องยอมรับว่าการค้นหาสินค้าหรือบริการบางครั้งเราถูกดึงดูดด้วยรูปภาพโดยไม่ได้อ่านเนื้อบทความแม้แต่น้อย เคล็ดลับการทำ SEO บนรูปภาพคือการใช้คีย์เวิร์ดลงในชื่อไฟล์รูปภาพและการแท็ก Alt หรือAlternative ช่วยให้เว็บ Search engine รู้ว่ารูปภาพนั้นเกี่ยวกับอะไรและนำไปจัดอันดับได้ ขั้นตอนง่าย ๆ หลังจากแทรกภาพบนโปรแกรม WordPress แล้วให้คลิกภาพเพื่อทำการแท็ก ใส่ข้อมูลคีย์เวิร์ดลงไปในกรอบสี่เหลี่ยมเพื่อแสดงว่าภาพมีความเกี่ยวข้องกับบทความหรือนำชื่อบทความมาใส่ได้เลย

4.การลิงก์กับเฟซบุ๊กและโซเชียลมีเดีย

ทุกวันนี้ผู้บริโภคนิยมซื้อสินค้าทาง Facebook การลิงก์บทความระหว่างเว็บไซต์กับเฟซบุ๊กช่วยกระตุ้นการเข้าชมมากขึ้น โดยเฉพาะการกดไลค์ กดแชร์ ส่งผลให้ยอดวิวเพิ่มขึ้นและบทความนั้นจัดอันดับดีขึ้นไปด้วย เพราะทุกวันนี้โลกธุรกิจมีการแข่งขันสูงมาก การทำ SEO ควรเลือกวิธีการที่ง่าย สามารถอัพเดทด้วยตัวเองบ่อย ๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งช่วยให้เว็บติดอันดับต้น ๆ ได้

เหตุผลที่การทำ SEO ยังคงเป็นกุญแจเพิ่มยอดขาย

อย่างที่รู้กันว่า เทคนิคการทำ SEO กลับมาแรงอีกครั้ง หลังจากกระแสการทำตลาดออนไลน์บนเฟซบุ๊กเริ่มซาลง เนื่องจากนโยบายการเก็บค่าโฆษณาจากยอดคลิกของเฟซบุ๊กเพิ่มค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงเพื่อแลกกับการยิงแคมเปญโฆษณาของธุรกิจให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เฉพาะเจาะจง โดยเฟซบุ๊กให้คนซื้อโฆษณาระบุกลุ่มอายุ เพศ การศึกษา ที่อยู่ อาชีพ และอื่นๆ แบบล้วงลึกข้อมูล แต่สุดท้ายปิดการขายไม่ได้เพราะสินค้าไม่ตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมายที่คุณระบุไว้ เพราะคนเรามีความพอใจแตกต่างกัน จ่ายโฆษณาบนเฟซบุ๊กอาจไม่เกิดประโยชน์และเสียเงินเปล่า นี่เป็นเหตุผลที่หลายคนกลับมาใช้เว็บไซต์ในการทำตลาดออนไลน์เหมือนเดิม

แน่นอนว่าการทำ SEO ยังคงเป็นหนึ่งในกุญแจสู่ความสำเร็จ เพราะสามารถใช้เป็นทั้งช่องทางการโฆษณาสินค้าและบริการ พร้อมทั้งเป็นช่องทางการติดต่อสื่อสาร อัพเดทข้อมูลและโปรโมชั่นใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา บางคนไม่ค่อยสบายใจเรื่องฟีดแบ็กที่กลับมาช้า ไม่เหมือนกับเฟซบุ๊กที่เห็นยอดกดไลค์กดแชร์แทบจะในทันที ถ้าคุณติดใจเรื่องนี้ บอกเลยว่าต้องทบทวนใหม่ เพราะการกดไลค์กดแชร์เป็นวิธีการดึงดูดผู้คนเข้ามาดูเพจมากขึ้น มีโอกาสเข้าถึงลูกค้ามากมายไม่ต่างจากการทำ SEO แต่การันตีไม่ได้เลยว่าจะทำให้มียอดขายเพิ่มขึ้น ในเมื่อคู่แข่งก็มีอยู่จำนวนมากเช่นกัน หลายคนพบว่าลงทุนค่าโฆษณากับ เฟซบุ๊ก ไปพอสมควร คนเข้ามาดูมากขึ้นก็จริงแต่ยังไม่มียอดขายเกิดขึ้นเลย ส่วนหนึ่งเพราะลูกค้าเฟซบุ๊กเป็นกลุ่มที่เข้ามาดูแบบฉาบฉวย ส่วนลูกค้าที่เข้าดูเว็บไซต์มักกำลังมองหาสินค้าเพื่อเลือกซื้ออย่างจริงจังและมีโอกาสเป็นลูกค้าที่ยั่งยืนมากกว่า

ทักษะการทำ SEO

การสื่อสารผ่านเว็บไซต์เป็นคำตอบให้ผู้ประกอบการที่ต้องการทำการตลาดและการโฆษณาที่มีประสิทธิภาพสูง เฟซบุ๊กนั้นเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เรียกว่าต้องอัพเดทกันทุกวัน ยิ่งผู้คนเข้าถึงอินเตอร์เน็ตมากเท่าไรยิ่งต้องแอคทีฟ แต่การเข้าหาลูกค้าตลอดเวลาเพื่อการอัดโหมโฆษณาที่มากเกินไปจนทำให้เกิดความรำคาญและสร้างภาพลบให้ธุรกิจได้เหมือนกัน เปรียบเทียบกับการทำ SEO ในเว็บไซต์จำเป็นต้องอัพเดทข้อมูลสม่ำเสมอ แต่ไม่ต้องบ่อยมาก จึงไม่เสียพลังงานมากเกินไป หัวใจสำคัญของการทำคอนเทนต์ในเว็บไซต์คือการสื่อสารที่ดี ผู้เขียนบทความควรมีทักษะการสื่อสาร มีทักษะทางการตลาด ถ่ายทอดข้อมูล ความรู้ และถอดประสบการณ์จากการรีวิวสินค้าให้ผู้เข้าชมอ่านอย่างเข้าใจ กระตุ้นความสนใจและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทำให้ลูกค้าสนใจเข้ามาลองสินค้าและบริการซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นได้จริง ไม่ใช่แค่กดไลค์แล้วผ่านเลยไป

ทุกวันนี้การทำตลาดบนเฟซบุ๊กไม่ได้ง่ายเหมือนก่อน คนอ่านหนังสือน้อยบรรทัด เนื้อหาโฆษณาจึงกระชับและถ่ายทอดข้อมูลให้ลูกค้าได้ไม่มากพอที่จะจูงใจ กลายเป็นลูกค้าแบบฉาบฉวย มาแล้วก็ไป ไม่ปักใจเชื่อทันที หากเราเลือกทำ SEO จะเชื่อมโยงคีย์เวิร์ดและบทความดีๆ ที่สื่อออกไป จับหมับเข้ากับผู้บริโภคที่มีความสนใจในผลิตภัณฑ์จริงๆ เมื่อเข้ามาพบกับสินค้าที่ตอบโจทย์ โอกาสปิดการขายมีแน่นอน

การตลาดทางเฟสบุ๊ก

SEO สายขาว สายดำ สายเทา คืออะไร

มันคืออะไรและแตกต่างกันแบบไหน ซึ่งมือใหม่อาจจะไม่เข้าใจเพราะยังไม่คุ้นกับการทำงานในแนวนี้ ซึ่งความต่างของ SEO สายขาว สายดำ สายเทา นั้นหากให้เล่าก็คงประมาณนี้คือ

SEO สายขาว

SEO สายขาว

คือหมายถึงเว็บไซด์ปรกติทั่วไปที่นำเสนอข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการ พนัน หรือ 18+ ไม่มีสื่อลามก อนาจาร ไม่มีการพนัน SEO3สาย เรียกว่าเว็บสายขาว ส่วนมาก็เป็นเว็บแนวข่าว , เว็บขายของ ,วาไรตี้ และอื่นๆที่เน้นให้ความรู้ ข้อมูลและอื่นๆ เว็บแนวนี้มีทั้งเว็บขายสินค้าหรือทำเว็บติด ADS เพื่อหารายได้ ส่วนใหญ่จะเน้นทางคอนเทนต์คุณภาพ ข้อมูล รูปภาพ ที่ไม่มีปัญหากับ Google , โซเชี่ยล และลิขสิทธิ์อื่นๆ เราจึงเรียกว่า สายขาว และการทำ SEO สายขาวนั้นหลายคนชอบเพราะไม่เสี่ยง อันดับขึ้นง่าย ความกดดันไม่มาก เพราะเว็บแนวนี้ผู้จ้างบางรายไม่เน้นการขึ้นหน้าหนึ่ง แต่เน้นผลคนรู้จักและคลิ๊กกับเข้าเว็บไซด์หรือซื้อสินค้าและบริการมากกว่า

SEOสายเทา

SEO สายเทา

เป็นกลางๆระหว่างขาวและดำ คืออาจมีข้อมูลสุ่มเสี่ยงบ้างเช่น การติดแบนเนอร์เว็บพนัน , แบนเนอร์เว็บสายดำ หรือ การขายสินค้าเฉพาะกลุ่ม ซึ่งก็ยังจัดว่าเทาๆ เพราะบางคนที่ทำเว็บแนวนี้ไม่ได้นำเสนอข้อมูลที่ต้องห้ามหรือข้อมูลสุ่มเสี่ยง และก็ยังเน้นการทำเว็บคุณภาพอยู่บ้างเว็บกลุ่มนี้จึงจัดในสายเทาๆ และในกลุ่มคนทำ SEO มักบอกว่ามันท้าทายดี และมีการแข่งขันสูงเหมือนกัน

SEO สายดำ

SEO สายดำ

เป็นเว็บแนว 18+ แบบเต็มๆ ข้อมูลเนื้อหามีความสุ่มเสี่ยงเช่น เรื่องทางเพศแบบโจ่งครึ่ม หรือ การพนันล้วนๆ ซึ่งเว็บแนวนี้บางทีก็ทำ SEO ลำบากเพราะจะโดน BOT เก็บข้อมูลและอันดับขึ้นยากแต่มีคนทำเยอะมากและคีย์เวิร์ดก็ถือว่าหินน่าดู เพราะเว็บแนวนี้มีไม่กี่แนวและมีคนทำเยอะเช่น เว็บพนัน , เว็บโป๊ เป็นต้น แต่เชื่อไหมว่ามันถือเป็นแนวทำเงินของ SEO กันเลยทีเดียวและมีความท้าทายสูง ซึ่งบางคนก็ใช้วิธีเลี่ยงๆ สอดแทรกในเว็บปรกติ ซึ่งปัจจุบันก็นิยมทำเหมือนกันและดูเหมือนได้ผลด้วย

จากที่กล่าวมามือใหม่ด้าน SEO ก็น่าจะพอทำให้เข้าใจกันบ้างว่าเว็บไซด์และ SEO นั้นมีแบบไหนและควรรู้จักหรือศึกษาวิธีการแบบไหนไว้บ้าง เพราะทุกแนวนั้นก็ใช้หลักการทำ SEO เหมือนกันแต่ปรับรูปแบบและแทคติคกับบ้างเพื่อให้ตาม Google ได้ทันและปรับไปตามยุคสมัยและรองรับอุปกรณ์ไฮเทคที่เป็นเครื่องมือในการค้นหาด้วย